Opens in a new tab

วิธีเชื่อมต่อ EasySlip API ตรวจสลิปด้วย C# .NET สำหรับระบบตรวจสอบการชำระเงิน  

วิธีเชื่อมต่อ EasySlip API ตรวจสลิปด้วย C# .NET สำหรับระบบตรวจสอบการชำระเงิน

การเชื่อมต่อ EasySlip API ด้วย C# .NET ช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำระบบตรวจสอบสลิปโอนเงินไปใช้กับเว็บไซต์ ร้านค้าออนไลน์ หรือระบบจัดการออเดอร์ได้ โดยไม่ต้องสร้างระบบตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดขึ้นมาเอง เพียงสมัครใช้งาน EasySlip API รับ API Key แล้วส่งข้อมูลสลิปไปตรวจสอบผ่าน REST API ก็สามารถนำผลลัพธ์ เช่น ยอดเงิน ชื่อผู้โอน และชื่อผู้รับ ไปประมวลผลต่อในระบบได้ สำหรับนักพัฒนาที่กำลังมองหา api ตรวจสลิป c# บทความนี้จะพาไปดูขั้นตอนเชื่อมต่อ EasySlip API v2 พร้อมตัวอย่างโค้ด C# การจัดการผลลัพธ์ และฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยให้ระบบชำระเงินทำงานสะดวกขึ้น

EasySlip API คืออะไร?

EasySlip API คือบริการตรวจสอบข้อมูลสลิปโอนเงินผ่าน API ที่นักพัฒนาสามารถเชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชันหรือระบบธุรกิจได้ รองรับการตรวจสอบสลิปจากธนาคารไทย และมีวิธีส่งข้อมูลให้ตรวจสอบหลายรูปแบบตามที่ API รองรับ

จุดเด่นของ EasySlip API ได้แก่

  • ตรวจสอบข้อมูลสลิป: อ่านข้อมูลธุรกรรม เช่น ยอดเงินและรายละเอียดผู้โอนหรือผู้รับ
  • ตรวจจับสลิปซ้ำ: ช่วยตรวจสอบรายการที่อาจถูกนำมาใช้ซ้ำ
  • ตรวจสอบบัญชีและยอดเงิน: API v2 มีความสามารถด้านการจับคู่บัญชีผู้รับและตรวจสอบจำนวนเงิน
  • รองรับหลายวิธีส่งข้อมูล: เช่น QR Payload รูปภาพ Base64 หรือ URL ตาม Endpoint ที่เลือกใช้
  • เชื่อมต่อกับระบบเดิมได้: นำผลตรวจสอบไปใช้กับเว็บไซต์ ระบบออเดอร์ หรือระบบเติมเงินอัตโนมัติได้

รายละเอียดและข้อกำหนดล่าสุดดูได้จาก เอกสาร EasySlip Developer API

เตรียมอะไรบ้างก่อนเชื่อม API ตรวจสลิปด้วย C# ?

ก่อนเริ่มเขียนโค้ด ควรเตรียมสิ่งต่อไปนี้

  1. โปรเจกต์ C# .NET ที่พร้อมใช้งาน เช่น ASP.NET Core Web API
  2. บัญชี EasySlip Developer สำหรับสมัครและสร้างแอปพลิเคชัน
  3. API Key ที่ได้รับจากระบบ
  4. ข้อมูลสลิปในรูปแบบที่ Endpoint รองรับ
  5. ระบบสำหรับเก็บผลตรวจสอบและเชื่อมโยงกับออเดอร์

สำหรับโปรเจกต์ใหม่ แนะนำให้ศึกษาการใช้งาน API v2 ซึ่งมีรูปแบบ Response ที่เป็นมาตรฐานและรองรับฟีเจอร์จับคู่บัญชี

วิธีเชื่อมต่อ EasySlip API ด้วย C# .NET

ขั้นตอนที่ 1: สมัครและรับ API Key

เข้าไปที่ EasySlip Developer เพื่อสมัครบัญชี สร้างแอปพลิเคชัน และเลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับปริมาณการตรวจสอบสลิปของระบบ เพราะเมื่อได้รับ API Key แล้ว ควรเก็บไว้ใน Environment Variables หรือระบบจัดการความลับของแอปพลิเคชัน ไม่ควรเขียน Key ลงในโค้ดที่เผยแพร่สู่สาธารณะ

ตัวอย่าง C# .NET ใช้ HttpClient เรียก EasySlip API ตรวจสอบสลิป
ตัวอย่าง C# .NET ใช้ HttpClient เรียก EasySlip API ตรวจสอบสลิป

ขั้นตอนที่ 2: ส่งข้อมูลไปตรวจสอบด้วย HttpClient

EasySlip API v2 ใช้ Endpoint สำหรับตรวจสอบสลิปธนาคารดังนี้ POST https://api.easyslip.com/v2/verify/bank ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการส่ง QR Payload ที่อ่านได้จากสลิป ไม่ใช่การส่งไฟล์รูปภาพโดยตรง

using System.Net.Http;

using System.Net.Http.Headers;

using System.Net.Http.Json;

var apiKey = Environment.GetEnvironmentVariable("EASYSLIP_API_KEY")

    ?? throw new InvalidOperationException("Missing API key");

using var client = new HttpClient();

client.DefaultRequestHeaders.Authorization =

    new AuthenticationHeaderValue("Bearer", apiKey);

var request = new

{

    payload = "YOUR_SLIP_QR_PAYLOAD"

};

var response = await client.PostAsJsonAsync(

    "https://api.easyslip.com/v2/verify/bank",

    request

);

var responseBody = await response.Content.ReadAsStringAsync();

Console.WriteLine($"HTTP Status: {(int)response.StatusCode}");

Console.WriteLine(responseBody);

หมายเหตุ: เปลี่ยน YOUR_SLIP_QR_PAYLOAD เป็นข้อมูล QR Payload จริงจากสลิป และตั้งค่า EASYSLIP_API_KEY ใน Environment Variables ก่อนรันตัวอย่าง โค้ดนี้แสดงขั้นตอนเรียก API เบื้องต้น โดยระบบใช้งานจริงควรเพิ่มการจัดการข้อผิดพลาดและตรวจสอบผลลัพธ์ก่อนนำไปยืนยันออเดอร์

ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบผลลัพธ์จาก API

เมื่อเรียก API สำเร็จ EasySlip จะส่ง Response กลับมาในรูปแบบ JSON ซึ่งมีข้อมูลสถานะและรายละเอียดธุรกรรมตามรูปแบบที่กำหนดไว้ ตัวอย่าง Response แบบย่อจากเอกสารทางการ

{

  "success": true,

  "data": {

    "transRef": "68370160657749I376388B35",

    "amount": {

      "amount": 1000.00

    },

    "sender": {

      "bank": {

        "short": "KBANK"

      }

    },

    "receiver": {

      "bank": {

        "short": "SCB"

      }

    }

  }

}

ข้อมูลข้างต้นเป็นตัวอย่างประกอบจากเอกสาร ไม่ใช่ผลตรวจสอบธุรกรรมจริงของร้านค้า เพราะในนระบบจริง นักพัฒนาควรตรวจสอบค่า success และข้อมูลภายใน data ก่อนนำไปใช้งาน รวมถึงจัดการกรณี API ตอบกลับว่าไม่พบสลิป ข้อมูลไม่ถูกต้อง หรือเกิดข้อผิดพลาดในการเรียกใช้งาน

ขั้นตอนที่ 4: นำผลตรวจสอบไปใช้กับระบบชำระเงิน

หลังได้รับผลลัพธ์แล้ว สามารถนำข้อมูลไปตรวจสอบร่วมกับออเดอร์ได้ เช่น

  • ยอดเงินจากธุรกรรมตรงกับยอดที่ต้องชำระหรือไม่
  • บัญชีผู้รับตรงกับบัญชีร้านค้าหรือไม่
  • รายการนี้เคยถูกใช้ยืนยันการชำระเงินไปแล้วหรือไม่
  • ผลตรวจสอบผ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่ระบบกำหนดหรือไม่

หากข้อมูลตรงตามเงื่อนไข จึงเปลี่ยนสถานะออเดอร์เป็นชำระเงินแล้ว แต่หากตรวจสอบไม่ผ่านหรือไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้ ควรเก็บสถานะรอตรวจสอบไว้ก่อน อีกทั้ง ควรบันทึก Transaction Reference และกำหนดกลไกป้องกันการยืนยันออเดอร์ซ้ำ เพื่อไม่ให้การเรียก API ซ้ำทำให้ระบบส่งสินค้าหรือเติมเครดิตซ้ำโดยไม่ตั้งใจ

EasySlip API ตรวจสอบสลิปโอนเงินและตรวจจับสลิปซ้ำ
EasySlip API ตรวจสอบสลิปโอนเงินและตรวจจับสลิปซ้ำ

ทำไมควรเลือก EasySlip API สำหรับระบบตรวจสอบการชำระเงิน?

นอกจากการเชื่อมต่อผ่าน C# .NET ได้แล้ว EasySlip ยังมีฟีเจอร์ที่เหมาะกับระบบรับชำระเงินหลายประเภท

1. เริ่มต้นใช้งานได้ด้วยงบประมาณไม่สูง

ข้อมูลบนหน้าแพ็กเกจ EasySlip API ที่ตรวจสอบ ณ วันที่จัดทำบทความระบุว่า แพ็กเกจ Start ราคา 99 บาทต่อเดือน สำหรับตรวจสอบสูงสุด 250 ครั้งใน 30 วัน ส่วนแพ็กเกจอื่นรองรับปริมาณการตรวจสอบที่สูงขึ้น การมีแพ็กเกจหลายระดับช่วยให้ธุรกิจเลือกตามจำนวนสลิปที่ต้องตรวจสอบจริง โดยควรตรวจสอบราคาและโควตาล่าสุดก่อนสมัครใช้งาน

2. มีระบบตรวจจับสลิปซ้ำ

การป้องกันการนำสลิปเดิมมาใช้ซ้ำเป็นส่วนสำคัญของระบบชำระเงิน EasySlip ระบุว่ามีฟีเจอร์ตรวจจับสลิปซ้ำ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการนำหลักฐานเดิมมายืนยันหลายรายการ อย่างไรก็ตาม ควรออกแบบระบบฝั่งร้านค้าให้บันทึกและตรวจสอบรายการที่เคยใช้แล้วด้วย เพื่อป้องกันการประมวลผลออเดอร์ซ้ำ

3. ตรวจสอบบัญชีผู้รับและจำนวนเงินได้

API v2 มีความสามารถด้านการจับคู่บัญชีและตรวจสอบยอดเงิน ซึ่งช่วยให้นักพัฒนานำผลตรวจสอบไปเปรียบเทียบกับข้อมูลออเดอร์ได้ตรงจุดมากขึ้น ทั้งนี้ต้องตั้งค่าและใช้งานตามข้อกำหนดของ API

4. รองรับการต่อยอดระบบอัตโนมัติ

นักพัฒนาสามารถนำ API ไปประยุกต์ใช้กับระบบ E-Commerce ระบบเติมเงิน ระบบสมาชิก หรือระบบจัดการคำสั่งซื้อได้ตามรูปแบบการทำงานของธุรกิจ เมื่อรวมกับการจัดการสถานะออเดอร์และบันทึกธุรกรรมอย่างเหมาะสม จะช่วยลดขั้นตอนตรวจสอบสลิปด้วยมือและทำให้กระบวนการรับชำระเงินเป็นระบบขึ้น

สรุป เชื่อม API ตรวจสลิป C# .NET ให้พร้อมใช้งานจริง

การเชื่อมต่อ EasySlip API ด้วย C# .NET เริ่มต้นได้จากการสมัครรับ API Key ส่ง QR Payload ไปยัง Endpoint ตรวจสอบสลิป และนำ Response กลับมาตรวจสอบกับข้อมูลออเดอร์ จุดสำคัญคืออย่าหยุดแค่การเรียก API สำเร็จ แต่ต้องออกแบบการตรวจสอบยอดเงิน บัญชีผู้รับ การใช้สลิปซ้ำ และการจัดการข้อผิดพลาดให้ครบด้วย หากกำลังพัฒนาระบบชำระเงินและต้องการลดภาระการตรวจสอบด้วยมือ EasySlip API เป็นอีกทางเลือกที่ควรศึกษา โดยเลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับปริมาณการใช้งานและตรวจสอบเอกสารทางการก่อนนำไปใช้งานจริง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. API ตรวจสลิป C# ใช้กับ .NET ได้หรือไม่?

ได้ หากระบบ .NET สามารถส่ง HTTP Request และประมวลผล JSON Response ได้ โดยตัวอย่างในบทความใช้ HttpClient เพื่อเรียก EasySlip API v2

2. EasySlip API มีแพ็กเกจเริ่มต้นราคาเท่าไหร่?

หน้าแพ็กเกจที่ตรวจสอบระบุแพ็กเกจ Start ราคา 99 บาทต่อเดือน สำหรับตรวจสอบสูงสุด 250 ครั้งใน 30 วัน ราคาและโควตาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ EasySlip ก่อนสมัคร

3. สามารถส่งรูปสลิปแทน QR Payload ได้หรือไม่?

EasySlip API รองรับการตรวจสอบหลายรูปแบบ รวมถึงการส่งรูปภาพ Base64 และ URL แต่ต้องเลือก Endpoint และรูปแบบ Request ให้ตรงกับเอกสาร API ของวิธีนั้น ไม่ควรนำตัวอย่าง QR Payload ไปใช้กับ Endpoint อัปโหลดรูปโดยตรง

ริ่มต้นเชื่อมระบบตรวจสลิปด้วย EasySlip API

กำลังพัฒนาระบบชำระเงินด้วย C# .NET อยู่หรือเปล่า? ทดลองดูแพ็กเกจ EasySlip API เลือกจำนวนการตรวจสอบให้เหมาะกับระบบ และเริ่มวางแผนเชื่อมต่อ API เพื่อช่วยลดขั้นตอนการตรวจสลิปด้วยมือ

บทความที่เกี่ยวข้อง