
จากข้อมูลล่าสุด พบว่าในปี 2025 เพียงช่วงไตรมาสแรก มีผู้เสียหายจากสลิปปลอมมากกว่า 38,000 ราย และมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง กว่า 3,200 ล้านบาท กลุ่มที่มักตกเป็นเหยื่อได้แก่ ผู้สูงอายุ แม่บ้าน พนักงานออฟฟิศ และเจ้าของธุรกิจรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่พึ่งพาระบบโอนเงินเป็นประจำแต่ไม่มีเครื่องมือสำหรับยืนยันความถูกต้องของสลิป
📊 ตัวเลขความเสียหายในปี 2025
ตามสื่อรายงาน
- ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 มีผู้เสียหายจากสลิปปลอม มากกว่า 38,000 ราย
- มูลค่าความเสียหายรวมอยู่ที่กว่า 3,200 ล้านบาท
- กลุ่มที่มักถูกหลอก ได้แก่ ผู้สูงอายุ, แม่บ้าน, พนักงานออฟฟิศ และเจ้าของธุรกิจรายย่อย กล่าวคือ คนทั่วไปที่โอน/รับเงินบ่อย แต่มีโอกาสตรวจสอบไม่ละเอียดพอ
✅ วิธีป้องกันตัว ถ้าไม่อยากตกเป็นเหยื่อ
ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานแนะนำวิธีเบื้องต้น ดังนี้
- อย่าเชื่อสลิปเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบยอดเงินเข้าจริงในแอปธนาคารหรือ SMS ยืนยันยอดก่อนส่งสินค้า/บริการหรือโอนกลับ
- ตรวจสอบ QR-Code / รายละเอียดของสลิป ธนาคารหลายแห่งใช้ QR Code / e-Slip ที่ตรวจสอบสถานะจริงได้ ถ้า QR สแกนไม่ขึ้น หรือข้อมูลไม่ตรงให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นของปลอม
- เพิ่มภูมิคุ้มกันด้านความรู้เท่าทัน รู้ว่า AI / โปรแกรมแก้ภาพสามารถปลอมสลิปได้ง่าย ควรระวังให้มาก และไม่ไว้ใจเอกสาร/ภาพจากบุคคลแปลกหน้าโดยไม่มีการยืนยันอื่น ๆ
สถิติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ประเทศไทย) (https://www.thaipoliceonline.go.th/)
วิธีจับผิดมิจฉาชีพ เช็กยังไง?
ปัจจุบันมิจฉาชีพมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าที่เปิดมาหลอกเอาเงิน หรือนายหน้าหางานปลอม ที่ตั้งใจสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อหลอกให้โอนเงินล่วงหน้า เพื่อช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเหล่านี้ Thairath Money ได้สรุป 4 วิธีเช็กให้ชัวร์ก่อนโอนเงิน มาเป็นแนวทางป้องกันเบื้องต้น ดังนี้
- ค้นหาชื่อใน Google เป็นขั้นตอนง่าย ๆ แต่ช่วยคัดกรองความเสี่ยงได้ดีมาก เพียงนำชื่อผู้ขายหรือชื่อเจ้าของบัญชีไปเสิร์ชบน Google ก็อาจพบประวัติหรือพฤติกรรมที่เคยมีคนร้องเรียนไว้ หากมีข้อมูลน่าสงสัย ก็สามารถใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนไว้ใจโอนเงินได้
- ตรวจสอบในโซเชียลมีเดีย ลองค้นหาชื่อหรือเพจของผู้ขายในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook หรือ X (Twitter) เพราะหลายครั้งผู้ที่เคยโดนโกงมักจะออกมาโพสต์เตือนภัย ทำให้เรารู้ทันและหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อรายต่อไปได้ง่ายขึ้น
- ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์เช็กประวัติมิจฉาชีพ ปัจจุบันมีหลายเว็บไซต์ที่ช่วยเช็กประวัติผู้รับเงินได้จากทั้งเลขบัญชี และ เบอร์โทรศัพท์ เช่น Blacklistseller, ฉลาดโอน หรือ เช็กก่อน หากมีรายงานว่าเคยโกงหรือถูกแจ้งเตือน ระบบจะแสดงข้อมูลให้เรารู้ทันก่อนตัดสินใจโอน
- เช็กข้อมูลจากเบอร์โทรศัพท์ แอปอย่าง Whoscall หรือ Truecaller เป็นตัวช่วยคัดกรองสายแปลก ๆ หรือเบอร์ที่มีประวัติเข้าข่ายมิจฉาชีพ หากเบอร์ที่โทรเข้ามาถูกรายงานว่าหลอกลวง แอปจะขึ้นแจ้งเตือนทันที ช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการรับสายหรือการให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนที่ไม่น่าไว้วางใจ
- ใช้ Slip Verification API จาก EasySlip อ่านค่าจาก QR Code บนสลิปอย่างแม่นยำ และ Recheck ข้อมูลผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย แถมสรุปยอดโอนทั้งรายวันและย้อนหลังได้ด้วย ไม่ต้องเสียเวลาทำเอง
แท็ก:
หมวดหมู่: ข่าวสาร
บทความที่เกี่ยวข้อง
สลิปเก่าตรวจสอบไม่ได้เกิดจากอะไร? รวมสาเหตุที่ตรวจสอบสลิปไม่ผ่าน วิธีรับมือเมื่อข้อมูลธุรกรรมไม่พบ และการใช้ตรวจสอบสลิป API ด้วย EasySlip
EasySlip API ขึ้น Error 429 ต้องทำอย่างไร? ทำความเข้าใจ Too Many Requests, Rate Limit พร้อมวิธีแก้ด้วย Retry, Backoff และ Queue อย่างถูกต้อง
EasySlip API ส่ง Request ได้กี่ครั้ง? ทำความรู้จัก TPS, Rate Limit, HTTP 429, Retry-After และวิธีออกแบบ Queue เพื่อรองรับการตรวจสอบสลิปจำนวนมาก



